NISSAN NAVARA

ALL ABOUT : NISSAN NAVARA

    

          นิสสัน นาวาร่า (Nissan Navara) เป็นรถกระบะขนาดกลางที่ผลิตขึ้นโดย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด เพื่อมาทดแทนในรถกระบะรุ่นเก่าอย่าง นิสสัน บิ๊กเอ็ม ( Nissan Big-M) ในปีค.ศ. 1997 ซึ่ง นิสสัน นาวาร่า ได้ใช้ ชื่อที่เป็นทางการว่า นิสสัน ฟรอนเทียร์ ( Nissan Frontier) แต่ในประเทศไทยได้เริ่มนำเข้ามาวางจำหน่ายครั้งแรกในปีค.ศ. 1998 และได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน ได้มีวิวัฒนาการแบ่งเป็น 2 โฉม (2 Generation) มาเริ่มที่โฉมล่าสุดกันเลย

 

Nissan Navara โฉมที่2

 

โฉมที่2 (Generation2) ผลิตขึ้นเมื่อค.ศ.2003- ปัจจุบัน

          โฉมที่ 2 มีการผลิตขึ้นประมาณปี ค.ศ. 2003 แต่ในประเทศไทย เริ่มมีการผลิตปีค.ศ. 2007 และใช้รหัส D40 มีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 ขนาดคือ 2.5 ลิตร, 3.0 ลิตร และ4.0 ลิตร แต่ในประเทศไทยมีจำหน่ายแค่เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ระบบเกียร์มีให้เลือก 3 ระบบคือ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด, เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดจากนั้นปีค.ศ.2011 ได้มีการปรับโฉม (Minorchange) ทางบริษัท นิสสันเคยผลิตในแบรนด์ของ ซูซูกิ เพื่อจำหน่ายที่ตลาดของ อเมริกา ชื่อ ซูซูกิ อีควอเตอร์ (Suzuki Equator) ที่เป็นการร่วมมือระหว่าง บริษัท นิสสัน ในอเมริกาเหนือ (Nissan North America, INC.) ที่มีตัวรถให้เลือก 2 แบบ คือ 2 ประตูมีแคบ และ 4 ประตู มีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และขับเคลื่อน 4 ล้อในรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยนี้เครื่องยนต์ที่ใช้วางประจำการอยู่นั้นเป็นในรหัส YD25DDTi Mid Power Commonrail 4 สูบแถวเรียง DOCH 16 วาล์ว เทอร์โบ อินเตอร์คลูเลอร์ ความกว้างกระบอกสูบxช่วงชัก 89.0x100.0 มิลลิเมตร ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 2,488 ซีซี กำลังสูงสุด 106 กิโลวัตต์ 144 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 356 นิวตัน-เมตร 36 กิโลกรัม-เมตรที่ 2,000 รอบ/นาที อัตราส่วนกำลังอัด 16.5:1

 

เครื่องยนต์รหัส YD25DDTi

 

การทดสอบความแข็งแรงของบอดี้
 
 

Nissan Navara โฉมที่1

 

โฉมที่1 (Generation1) ผลิตขึ้นเมื่อค.ศ. 1997-2003

          โฉมที่ 1 นี้มีการผลิตตั้งแต่ค.ศ. 1997-2003 ส่วนในประเทศไทยเริ่มมีการผลิตขึ้นในปีค.ศ. 1998-2007 โดยใช้รหัสว่า D22 และมีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง 6 ขนาดคือขนาด 2.4 ลิตร, 2.5 ลิตร, 2.7 ลิตร, 3.0 ลิตร, 3.2 ลิตร และ 3.3 ลิตร แต่ในประเทศไทยมีจำหน่ายแค่เครื่องยนต์ขนาด 2.7 ลิตร และ 3.0 ลิตร ระบบเกียร์มี 3 แบบ เกียร์ธรรมดา 4 สปีด, เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด 

บิ๊กเอ็ม ฟรอนเทียร์ 2541-2550

           Nissan Navara โฉมที่ 1 หรือที่สมัยก่อนเรียกกันว่า บิ๊กเอ็ม ฟรอนเทียร์ หลังจากที่นิสสันเริ่มจำหน่ายบิ๊กเอ็ม ภายใต้รหัสตัวถัง D21 มานานกว่าทศวรรษ ในปี 2541 จึงได้มีการแนะนำกระบะ บิ๊กเอ็ม รุ่นใหม่ ภายใต้รหัส D22 ซึ่งได้เปลี่ยนโฉมการดีไซน์ให้ดีดีขึ้นกว่าเดิมด้วยการ ลบเหลี่ยมมุมให้มีความโค้งมนกลมกลืนมากขึ้น ฝากระโปรงหน้าขนาดใหญ่ลาดเอียงพร้อมไฟหน้าฮาโลเจนขนาดใหญ่ให้แสงสว่างสูง กระบะท้ายขึ้นรูป 2 ชั้น

          ในโฉมแรกนี้ภายในออกแบบให้มีความหรูหราใกล้เคียงกับรถเก๋งมากยิ่งขึ้น พร้อมกับยังติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้มากที่สุด นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงซีลยางขอบประตูและบุฉนวนเพื่อป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก แผงหน้าปัดแบบสีขาว พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้าน ปรับระดับขึ้นลงได้ กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อกพร้อมรีโมท ตัวเลขไมล์ดิจิตอล

          ในส่วนของเครื่องยนต์ บิ๊กเอ็ม ฟรอนเทียร์ ยังคงทำออกมาให้เลือกทั้ง 2 แบบด้วยกันโดยในรุ่นดีเซล รหัส TD27II ที่มีขนาด 2,664 ซีซี. 4 สูบแถวเรียง 12 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 90 แรงม้า ที่ 4300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตรที่ 2200 รอบ/นาที และเบนซิน รหัส KA24E ขนาด 2400 ซีซี. 4 สูบแถวเรียง 12 วาล์ว ระบบหัวฉีดอิเลคทรอนิกส์ มัลติพอยท์ ซึ่งเป็นรถกระบะรุ่นแรกที่ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงด้วยอิเลคทรอนิกส์ ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 5200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 189 นิวตันเมตร ที่ 3600 รอบ/นาที

          จากนั้นในปี 2543 บิ๊กเอ็ม ฟรอนเทียร์ ก็ได้ฤกษ์ไมเนอร์เจนจ์ครั้งแรก โดยภายนอกเปลี่ยนกระจังหน้าและกันชนใหม่ เพิ่มรุ่นตัวถัง 4 ประตู และเติมท้ายชื่อรุ่นเป็น บิ๊กเอ็ม ฟรอนเทียร์
จุดเด่นเฉพาะรุ่น ขับเคลื่อน 4 ล้อ จะเพิ่มช่องดักอากาศที่ฝากระโปรงหน้า (นิสสันเรียกว่า จมูก) ภายในใช้สีแบบทูโทน น้ำตาล-เบจ และใส่เครื่องยนต์ดีเซล รหัส TD25Ti ขนาด 2500 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 110 แรงม้า

นิสสัน ฟรอนเทียร์ 2544-2550

          ถัดมาเพียงแค่ 1 ปีนิสสันได้เปิดตัวกระบะใหม่ในชื่อ ฟรอนเทียร์ ZDi (รหัสตัวถัง D22 เหมือนเดิม) ซึ่งที่จริงแล้วนิสสันตั้งใจจะลบชื่อ บิ๊กเอ็มออกไป แต่เนื่องจากนิสสันเกรงว่าหากลบชื่อ บิ๊กเอ็ม ออกไปแล้วอาจจะส่งผลกระทบต่อยอดขายในรุ่นใหม่ได้ จึงยังคงเรียกกันติดปากในชื่อของ บิ๊กเอ็ม ฟรอนเทียร์ กันต่อไป

          สำหรับรุ่นนี้จะเป็นที่รู้จักกันในชื่อรุ่น ตาตั๊กแตน โดยรูปร่างภายนอกยกเอาส่วนหน้าของฟรอนเทียร์ในตลาดอเมริกาเหนือมาใช้ กระจังหน้าโครเมี่ยมแบบวี-เชฟ สัญลักษณ์ใหม่ของนิสสัน กันชันมีขนาดใหญ่ขึ้น ไฟหน้าแบบมัลติรีเฟลคเตอร์ ฝากระโปรงรถใหม่ไร้จมูก ซึ่งจะมีให้เลือกในตัวถัง 3 แบบ คือ ซิงเกิ้ลแค็บ คิงแคป และดับเบิ้ลแคป

           ส่วนเครื่องยนต์สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อเป็นตัวใหม่ ZD30DD แบบไดเร็กอินเจ็ก- ชั่น ทวินแคม 16 วาล์วกำลังสูงสุด 105 แรงม้า และเพิ่มทางเลือกสำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยเครื่องยนต์ ZD30DDT 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ซึ่งถือว่าเป็นกระบะที่แรงที่สุดในยุคนั้น (แต่ยังคงเครื่องยนต์ TD27 เอาไว้ในรุ่น ซิงเกิ้ลแคป)

           และในโมเดลนี้มีการติดตั้งระบบเบรก ABS และถุงลม นิรภัยสำหรับคนขับ เป็นครั้งแรกของกระบะนิสสัน (เฉพาะรุ่นดับเบิ้ล แค็บ)

           ในปี 2548 นิสสัน ได้เปลี่ยนเครื่องยนต์ของฟรอนเทียร์ อีกครั้ง เป็นเครื่อง YD-DI เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ขณะที่ยังคงจำหน่ายรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ TD27 เอาไว้ด้วย และขายมาจนถึงปัจจุบันก่อนจะเปลี่ยนโฉมอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อต้นปี 2550 ที่ผ่านมาด้วย “ฟรอนเทียร์ นาวารา” พร้อมกับปิดฉากตำนาน บิ๊กเอ็ม ที่ยืนยาวมากว่า 20 ปี (กับรหัสตัวถัง D21 และ D22)

เขียนโดย:
เมื่อ: 31 กรกฏาคม 2557 - 16:44

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

เครื่องยนต์ยอดนิยมล่าสุด